60 ปี น้ำตาลครบุรี

การเติบโตของ KBS

ยกระดับภาพลักษณ์ KBS

KBS โฉมใหม่ คุณภาพคงเดิม

วิสัยทัศน์สู่อนาคต

ค่านิยมหลักของชาวน้ำตาลครบุรี

การเติบโตของ KBS (KBS Growth)

จัดตั้ง บริษัท อุตสาหกรรมหนองใหญ่ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ณ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี กำลังการผลิต 1,500 ตันต่อวัน

ขยายกำลังการผลิตเป็น 13,690 ตันต่อวัน

จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 100 ล้านบาท

ย้ายฐานการผลิตไปยัง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 300 ล้านบาท

ขยายกำลังการผลิตเป็น 21,000 ตันต่อวัน

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 350 ล้านบาท

เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด เริ่มธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าโดยใช้กากอ้อยเป็น เชื้อเพลิงหลัก

บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) และขยายกำลังการผลิตเป็น 23,000 ตันต่อวัน

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 500 ล้านบาท และนำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทำสัญญา Strategic Alliance Agreement กับกลุ่มบริษัทมิตซุยจากประเทศญี่ปุ่น

เปิดตัวตราสินค้า KBS

ขยายกำลังการผลิตเป็น 35,000 ตันต่อวัน บริษัท ผลิตไฟฟ้าครบุรี จำกัด ก่อสร้างโรงไฟฟ้าครบุรี เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิต 58 เมกะวัตต์

ได้รับใบรับรองเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption)

ลงทุนโครงการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้า ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยใช้ชื่อย่อที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนคือ KBSPIF

โรงงานน้ำตาลสีคิ้ว เริ่มประกอบกิจการเต็มกำลังการผลิต

เข้าร่วมโครงการลด carbon footprint โดยการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด จากโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ผลิตได้ภายในโรงงาน

การเติบโตของ KBS

ยกระดับภาพลักษณ์ KBS

KBS โฉมใหม่ คุณภาพคงเดิม

วิสัยทัศน์สู่อนาคต

ค่านิยมหลักของชาวน้ำตาลครบุรี

การเติบโตของ KBS (KBS Growth)

จัดตั้ง บริษัท อุตสาหกรรมหนองใหญ่ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ณ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี กำลังการผลิต 1,500 ตันต่อวัน
ขยายกำลังการผลิตเป็น 13,690 ตันต่อวัน
จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 100 ล้านบาท
ย้ายฐานการผลิตไปยัง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 300 ล้านบาท
ขยายกำลังการผลิตเป็น 21,000 ตันต่อวัน
เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 350 ล้านบาท
เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด เริ่มธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าโดยใช้กากอ้อยเป็น เชื้อเพลิงหลัก
บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) และขยายกำลังการผลิตเป็น 23,000 ตันต่อวัน
เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 500 ล้านบาท และนำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทำสัญญา Strategic Alliance Agreement กับกลุ่มบริษัทมิตซุยจากประเทศญี่ปุ่น
เปิดตัวตราสินค้า KBS
ขยายกำลังการผลิตเป็น 35,000 ตันต่อวัน บริษัท ผลิตไฟฟ้าครบุรี จำกัด ก่อสร้างโรงไฟฟ้าครบุรี เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิต 58 เมกะวัตต์
ได้รับใบรับรองเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption)
ลงทุนโครงการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้า ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยใช้ชื่อย่อที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนคือ KBSPIF
โรงงานน้ำตาลสีคิ้ว เริ่มประกอบกิจการเต็มกำลังการผลิต
เข้าร่วมโครงการลด carbon footprint โดยการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด จากโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ผลิตได้ภายในโรงงาน

ยกระดับภาพลักษณ์ KBS (Powerful KBS Identity)

KBS โฉมใหม่ คุณภาพคงเดิม (new look, same quality)

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราภูมิใจที่ได้ส่งต่อความหวานจากอ้อยธรรมชาติสู่ทุกครัวเรือน แม้กาลเวลาจะเดินหน้า แต่ความมุ่งมั่นและคุณภาพที่เรายึดถือไม่เคยเปลี่ยนแปลง KBS จึงขอนำเสนอความสุขและสีสันรูปแบบใหม่ ผ่านบรรจุภัณฑ์ดีไซน์ล่าสุด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของไร่อ้อยและสีสันแห่งธรรมชาติที่เราคุ้นเคย

วิสัยทัศน์สู่อนาคต

"เราเชื่อว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่องคือหัวใจของความสำเร็จในระยะยาว KBS มุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง จากการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกยุคสมัย"

ค่านิยมหลักของชาวน้ำตาลครบุรี

F

FOCUS

ความมุ่งมั่น ตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคหรือความยากลำบาก

I

INTEGRITY

ความซื่อสัตย์สุจริต ความจริงใจ ความเคารพผู้อื่น ยึดมั่นในความถูกต้อง

R

RESILENCE

ความยืดหยุ่นและการปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสสูงสุด พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ

S

SAFETY

จิตสำนึกทางความปลอดภัย ตระหนักรู้และใส่ใจต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

T

TEAMWORK

ทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมาย โดยมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ

"Celebrating 60 Years Of The FIRST Refine Sugar"